วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562

ไม้ดอก สัญลักษณ์ของความงดงามแห่งชีวิต


ลักษณะสมบัติของ "ไม้ดอก" คือ "ความสวยงาม"
และ "ความหอม" ที่มีผลโดยตรงต่อจิตใจ
ไม้ดอกถูกนำมาใช้แสดงความหมาย สัญลักษณ์
หนแห่ง แหล่งที่มา แสดงความรู้สึก
แสดงความรัก ความเคารพ นบนอบบูชา
"ไม้ดอก" จึงถูกนำมาใช้ในเทศกาล งานรื่นเริง
กราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
หรือแม้กระทั่งแสดงความเสียใจ อาลัยรัก
ไม้ดอกถูกนำมาใช้งานประดับตกแต่งสถานที่
อาคารบ้านเรือน โต๊ะทำงาน พื้นที่ใช้สอย
เพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายต่อผู้ที่อยู่อาศัย

ในความเป็นสัญลักษณ์ "ไม้ดอก" อาจจะปรากฎ
ในธงชาติ ป้าย เหรียญตรา เครื่องหมายการค้า

"ไม้ดอก" เป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์พูนสุข
มนุษย์จะเริ่มหันมาใส่ใจความงดงาม เมื่อท้องอิ่ม
ในบ้านเรือนของผู้มั่งคั่งร่ำรวย และมีความสุข
จะมีสิ่งประดับประดาบ้านเรือนด้วยพรรณไม้ดอก
ดังนั้น เพื่อมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวย และมีความสุข
จึงควรปลูกไม้ดอกประดับบ้านเรือนให้สวยงาม
จิตใจสดใส ลมหายใจสดชื่น ตื่นเช้าเบิกบาน

ไม้ดอกหลากชนิดถูกนำมาประกอบอาหาร
เพื่อให้มนุษย์ได้รับประทานความสวยงาม
อร่อยไม๊ ? บอกเลยว่า ไม่อร่อย !!! แต่มันดีต่อใจ
คุณค่าของสิ่งที่ถูกสร้างจากจิตใจ มักจะมีคุณค่า
มากกว่าคุณค่าที่แท้จริงเสมอ

"ความสวยงาม" ก็เช่นเดียวกัน มักจะมีคุณค่า
มากกว่า "ความอิ่มท้อง" เสมอ

ปลูกไม้ดอกไว้ในบริเวณบ้าน ประดับสวนสวย
ปลูกลงดินในแปลงปลูก หรือจะปลูกลงกระถาง
ไม้ดอกหลายชนิดออกดอกงดงามตลอดทั้งปี
อีกหลายชนิดออกดอกเป็นฤดูกาลปีละครั้ง
เลือกไม้ดอกที่ชอบไว้ในสวนที่บ้าน
เพื่อความมั่งคั่ง ร่ำรวยความสุข
ตลอดปี ตลอดไป

Home               Content

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562

ยาสูบ พืชเศรษฐกิจอนาคตมืดมนของเกษตรกรไทย


ยาสูบ พืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ทำรายได้ต่อเนื่องให้กับเกษตรกร
ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสานตอนบน
เป็นพืชหมุนเวียนที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนับพันครัวเรือน
นำรายได้เข้าประเทศเป็นมูลค่ามหาศาลนับพันล้านบาท
ในขั้นตอนการผลิต โรงงานผู้ส่งเสริมมีการควบคุมการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น
เกษตรกรก็ต้องระมัดระวังการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
เพื่อให้ผ่านการรับรองความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยาสูบมากมาย
เกิดเป็นวิสาหกิจขนาดย่อมกระจายอยู่ทุกพื้นที่ของประเทศ

Home               Content

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562

โอกาสของเกษตรกรไทยในการผลิตพริกแห้งป้อนตลาดภายในประเทศทดแทนการนำเข้า


ปี 2553 ประเทศไทยมีพื้นที่ผลิตพริกทั้งประเทศ 474,717 ไร่
ได้ผลผลิตจากแปลงปลูกรวมกันทั้งหมด    609,195 ตันต่อปี

คิดเป็นมูลค่าการค้า 3,324.67 ล้านบาท
แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกถึง 2,597.95 ล้านบาท
ที่เกิดจากซอสพริก พริกแห้ง พริกป่น พริกสด พริกแช่แข็ง
ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีจากการขยายตลาดอาหารไทยสู่ตลาดโลก
คู่ค้าที่สำคัญของไทยคือประเทศมาเลเซีย ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ

พื้นที่ผลิตที่สำคัญ คือ
ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำพูน
ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร ตาก
ภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทัยธานี

ในขณะที่ยอดนำเข้าพริกแห้ง
มีมูลค่าสูงถึง 1,718.74 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณ 68,944 ตัน
จากความไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ

ทั้งหมดนี้คือโอกาสของเกษตรกรไทย

เริ่มต้นจากแปลงผลิตขนาดเล็ก ในรูปแบบ intensive farming
ใช้แรงงานในครอบครัว ควบคุมการใช้สาร ลดต้นทุนการผลิต
จำหน่ายผลผลิตในท้องถิ่นในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ
จดบันทึกข้อมูลการผลิต ต้นทุน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ราคาผลผลิต
เพื่อการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพในฤดูถัดไป
สร้างมาตรฐานฟาร์มที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค
ป้อนผลผลิตเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี

เลือกใช้สายพันธุ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด
พริกเพื่อการแปรรูป นิยมใช้พริกที่มีลักษณะเนื้อหนา
ผิวด้านในเป็นเยื่อใย ความยาวของผลไม่มาก
สีผลสุกแดงสดใส ไม่เข้มจนเกินไป
ขั้วและปลายผลไม่เน่าง่าย
เด็ดขั้วออกง่าย

สายพันธุ์ที่ดีต้องให้ผลผลิตสูง ติดผลดก ต่อเนื่อง ยาวนาน
ทรงพุ่มโปร่ง แตกกิ่งก้านแบบทวีคูณ พร้อมกับการติดดอก
ต้านทานโรคทางดิน ทางใบ  และการเข้าทำลายของแมลง
ระบบรากดี หาอาหารเก่ง ปลอดจากอาการขาดธาตุอาหาร
ปลูกในสภาพไร่ได้ดี  ติดผลภายนอกทรงพุ่ม เก็บเกี่ยวง่าย

Home               Content

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562

โอกาสทางการตลาดของพริกแห้งในประเทศไทย


ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนพริกแห้งมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี
ต้องนำเข้าพริกแห้งจากประเทศเพื่อนบ้าน  ได้แก่  ประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง
ปี 2557 มีการนำเข้าพริกแห้งมากกว่า 68,944 ตัน
คิดเป็นมูลค่า 1,718.74 ล้านบาท
เปรียบเทียบกับปี 2551 ที่มีการนำเข้า 32,931 ตัน
คิดเป็นมูลค่า 650.49 ล้านบาท

พริกแห้ง 60,000 ตัน แปรรูปจากพริกสดถึง 180,000 - 240,000 ตัน
คิดเป็นพื้นที่ผลิตที่ต้องการโดยเฉลี่ย  150,000  -  200,000  ไร่ต่อปี

เกษตรกรสามารถเลือกปลูกในช่วงเวลาที่พร้อมและเหมาะสม
ปลอดต่อภัยธรรมชาติ โรค แมลง อีกทั้งภาวะราคาตลาดที่ผันผวน
โดยไม่ต้องรีบเร่งจำหน่ายให้ทันกับราคา และความเสียหายของผลผลิต

เกษตรกรสามารถตากแห้งผลผลิตในสภาพธรรมชาติ
หรือใช้เครื่องอบ    เพื่อลดระยะเวลาการแปรรูปลงได้

ผลผลิตสามารถรอการขายได้เป็นระยะเวลานานกว่าผลผลิตสด
ลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาและความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ

ลักษณะสายพันธุ์พริกแห้งที่เหมาะสม
ผิวออกด้านไม่มัน ไม่หนา ผิวเรียบตึงเมื่อแห้ง  แสงทะลุผ่านได้ดี
สีเข้มเมื่อสุกแดง สีผิวสม่ำเสมอเมื่อแห้งเต็มที่
ขั้วมีลักษณะเป็นเยื่อใย      ไม่พบปัญหาอาการเน่าในแปลงปลูก
ไม่สร้างรอยตำหนิให้กับผลผลิตที่จำหน่าย   เก็บรักษาไว้ได้นาน
เนื้อเหนียวไม่กรอบ ลดความเสียหายในการขนส่งและเก็บรักษา
มีกลิ่นหอม กรอบเมื่อย่างไฟ รสชาติเผ็ดจัด ปรุงอาหารได้หลากชนิด

Home               Content

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562

การคัดเลือกสายพันธุ์มะเขือเทศ


พื้นที่ปลูกมะเขือเทศบ้านเรายังเป็นพื้นที่เดิมๆ
ได้แก่ พื้นที่บนดอย ริมแม่น้ำโขง ที่มีอากาศเย็น
เกษตรกรในพื้นที่ใหญ่ๆ มักปลูกพร้อมกัน
ทั้งส่งตลาดสดและเข้าโรงงานแปรรูป
ราคามะเขือเทศที่ได้รับ จึงไม่ค่อยจะดีนัก

คนไทยไม่นิยมทานมะเขือเทศสดๆ
ส่วนใหญ่มักจะนำมาประกอบอาหาร
เช่น ข้าวผัด ผัดเปรี้ยวหวาน ส้มตำ ฯลฯ
สายพันธุ์ผลท้อยอดนิยมมีขนาดผล 80-100 กรัม
ขั้วงอน (ขนตาสวย) ทรงผลรูปไข่ เปลือกหนา
บ่าไม่เขียว ผลแข็ง น้ำหนักดี สีแดงสด
มีช่องรังไข่ 3-4 ช่อง เพื่อรับน้ำหนักกดทับ
ในการขนส่ง ผลที่มีเพียง 2 ช่องรังไข่
จะบี้แบนเสียหายจากการกดทับได้มากกว่า

มะเขือเทศผลท้อนิยมปลูกในแปลงเปิด
เพราะลงทุนต่ำ ราคาตลาดไม่สูง แตกต่างจาก
มะเขือเทศผลสด หรือ Beef tomato
ที่ผู้บริโภคนิยมทานสดหรือทานกับสลัด
มะเขือเทศผลสดมีทรงผลกลมหรือแบน
ขนาดผลใหญ่มากกว่า 150 กรัมขึ้นไป
เกษตรกรนิยมปลูกในโรงเรือน
เพราะขายได้ราคาสูงกว่ามะเขือเทศผลท้อ

มะเขือเทศสีดา นิยมนำมาเป็นเครื่องส้มตำ
เครื่องประกอบในแกงเผ็ด  เนื้อจึงควรหนา
มีรสชาติออกเปรี้ยวเพื่อการปรุงรส

มะเขือเทศเชอรี่ มีหลายทรง กลม รี หัวใจ
หลากสีสัน แดง เหลือง ส้ม ชมพู ช็อค ม่วง ฯลฯ
รับประทานสดๆ เป็นผลไม้ทานเล่น
ทานง่าย ถูกปากคนไทย ทานเพลิน หมดเป็นกิโล

เกษตรกรทางเหนือนิยมขายเหมายกสวน
จึงต้องการสายพันธุ์ต้นเตี้ยที่เก็บเกี่ยวเร็ว
(Determinate)
ในภูมิภาคอื่นๆ ที่เกษตรกรถือครองพื้นที่ขนาดเล็ก
ต้องการมะเขือเทศต้นกึ่งสูง (Semi-indeterminate)
เพื่อสามารถเก็บเกี่ยวได้เป็นระยะเวลานาน

มะเขือเทศที่นิยมปลูกในโรงเรือน ได้แก่
มะเขือเทศทานสด มะเขือเทศเชอรี่
ล้วนนิยมปลูกพันธุ์ต้นสูง เพื่อการเก็บเกี่ยว
ได้ยาวนานเช่นเดียวกัน

Home               Content

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2562

Hotshot

"ฮ็อตช็อต" สุดยอดสายพันธุ์พริกเพื่อการแปรรูปอันดับหนึ่งของโลกทางด้านผลผลิตและความทนทานต่อศัตรูพืช ปรับตัวได้ดีทุกสภาพแวดล้อม เป็นที่นิยมของเกษตรกรผู้ปลูกพริกมืออาชีพเพื่อแปรรูปและการส่งออก
1 ซองบรรจุ 4,000 เมล็ด อัตราความงอกสูง ผ่านการรับประกันคุณภาพตามมาตรฐาน (Standard Quality Assurance)

จำหน่าย 1,000 บาทต่อซองบรรจุ 4,000 เมล็ด
(ราคาเมล็ดพันธุ์บวกค่าจัดส่งทางไปรษณีย์)

ติดผลผลิตสูง ตอบสนองต่อปัจจัยการผลิตสูง เก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่อง ยาวนาน

ทรงต้นสม่ำเสมอ ความต้านทานโรคระดับ A ต่อโรคใบจุด (Alternaria Leaf Spot), ใบไหม้ (Late Blight), เหี่ยวเขียว (Bacterial Wilt) ไม่พบการเข้าทำลายของเหี่ยวเหลือง (Fusarium Wilt) ตลอดอายุฤดูปลูก การจัดการแปลงทำได้ง่าย ออกผลผลิตพร้อมกัน 


ขนาดผลมาตรฐานความยาว 14-16 เซนติเมตร ขั้วยาว สะสมอาหารได้ดี คุณภาพการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวดีมาก เนื้อหนา น้ำหนักดี คุณภาพการบดปั่นดีมาก เนื้อพริก (Paste) เข้ากันได้ดี สีสวย มีส่วนของเหลวกรองทิ้งน้อยมาก

ผลสีแดงเพลิง สีสดสวย ไม่เข้มจนดูเป็นผลแก่

พริกฮ็อตช็อตเหมาะสำหรับการปลูกในระบบ Intensive Farming ปลูกในแปลงขนาดเล็ก สำหรับการผลิตด้วยแรงงานในครัวเรือนขนาดเล็ก เป็นสายพันธุ์ที่มีปริมาณผลผลิตต่อไร่สูง ตอบสนองต่อปัจจัยการผลิตและการบริหารจัดการที่ดี สร้างรายได้ที่ดีอย่างต่อเนื่องให้กับเกษตรกรที่ปลูกพืชผสมผสานตลอดทั้งปี

สนใจสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์พริก "ฮ็อตช็อต" กรุณาติดต่อ
สิริวัชร์ สวนสวัสดิ์ (เอ้)
Facebook: Siriwach Suansawat
E-mail: siriwach@gmail.com
Line: siriwach.suansawat


วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562

การคัดเลือกสายพันธุ์พริกหนุ่ม


พี่น้องชาวเหนือรู้จักการทำน้ำพริกหนุ่ม
รับประทานกับผักสด แคปหมูมาแต่โบราณกาล
ที่ชาวบ้านเรียก 'พริกหนุ่ม' ก็เพราะพริกจะถูก
เด็ดจากต้นมารับประทานตั้งแต่ผลยังอ่อนๆ
พริกชนิดนี้มีความ 'เผ็ดน้อย' เมื่อเทียบกับ
'พริกขี้หนู' ซึ่งเป็นพริกที่มีความเผ็ดสูงกว่า
พริกหนุ่มมีทั้งพริกหนุ่มขาวและพริกหนุ่มเขียว
เรียกตามระดับความเข้มของสีเขียวของผล

พริกหนุ่ม F1 ในปัจจุบันจะมีขนาดผลใหญ่
หากมีการตัดแต่งกิ่ง ลำต้นไม่ดี ต้นจะเตี้ย
เนื่องจากผลบนต้นจะแย่งอาหารจากลำต้น
เพื่อมาขยายขนาดผล ทำให้ได้ปริมาณผล
ที่จะเก็บเกี่ยวไม่มากนัก
การตัดแต่งกิ่งข้างลำต้นออก
จะช่วยให้ได้ปริมาณผลที่มากอย่างต่อเนื่อง
ผลมีขนาดพอเหมาะ ทรงสวยตามที่ตลาดต้องการ

พริกหนุ่มที่ดี ควรมีขนาดความยาวระหว่าง
18-22 ซม. โดยเฉลี่ยตลอดอายุการเก็บเกี่ยว
การออกดอก ออกผลต่อเนื่อง แตกยอดได้ดี
บ่าผลตั้งขนานพื้นดิน ผิวเรียบ ก้นแหลม
ขั้วผลยาวใหญ่ เนื้อไม่หนา น้ำหนักผลดี
สีผลเขียวอ่อนถึงเขียวปานกลาง
รากแข็งแรง หาอาหารเก่ง ต้นไม่หักล้มง่าย
กิ่งแข็งแรง ไม่ฉีกขาดง่ายจากการรับน้ำหนักผล
ลำต้นใหญ่ ใบหนา ทนทานโรคทางใบ
ที่พบบ่อย อาทิ โรครากลุ่มใบจุด กลุ่มใบไหม้
โรคไวรัสที่ติดมากับแมลงปากดูดซึ่งเป็นพาหะ
โรคทางดินที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
พบได้บ่อยๆ ในเขตร้อนชื้นเช่นประเทศไทย
ได้แก่ โรคเหี่ยวเขียว

การเก็บเกี่ยว นิยมเก็บเกี่ยวขณะพริกยังอ่อน
ผลพริกยังมีสีเขียว ไม่รอจนสุกแดง
เมื่อนำมาย่างไฟจะได้ความหอม
จากความสดน่ารับประทาน

Home               Content